แพทย์หญิงนวลนาถ หล่อเลิศวิทย์
ชาตะ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2471
มรณะ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ชีวประวัติย่อ
แพทย์หญิงนวลนาถ
หล่อเลิศวิทย์ เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2471 ที่อำเภอปากพนัง
จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรคนที่ 4 ของ นายหลัก และ นางอบ
(กิมอั้ว)
มีพี่น้องรวม
5 คน
1.
นางไพลิน หล่อสิริวุฒิ (ถึงแก่กรรม)
2.
นางไพวรรณ หล่อเลิศวิทย์
3.
นางวรณีย์ ธิติมุทา (ถึงแก่กรรม)
4.
แพทย์หญิงนวลนาถ หล่อเลิศวิทย์
5.
นายสน หล่อเลิศวิทย์
แพทย์หญิงนวลนาถ
รับบุตรของพี่ไพลิน มาเป็นบุตรบุญธรรม 2 คน คือ
1. นายปริญญา หล่อเลิศวิทย์
(ถึงแก่กรรม 11 พ.ย. 2553)
แต่งงานกับ
นางสาวสุกัญญา ถาวรศักดิ์
2. นายปณิธาน หล่อเลิศวิทย์
แต่งงานกับ
นางสาวดวงใจ ศิริสารการ
มีหลาน
3 คน
1.
นายณิธีย์ หล่อเลิศวิทย์
2.
นางสาวณิชา หล่อเลิศวิทย์
3.
นางสาวณัชชา หล่อเลิศวิทย์
ประวัติการศึกษา
1.
โรงเรียนไผหั่ว
เป็นโรงเรียนเอกชนไทย-จีน สอนทั้งภาษาไทยและภาษาจีน จบชั้นประถมปีที่ 4 (ภาษาไทย) และจบประโยคประถมภาษาจีน
2. โรงเรียนสตรีปากพนัง
เรียนมัธยมปีที่ 1 – ปีที่ 6 (เรียน 5
ปี ได้สอบข้ามชั้น ม.4 ขึ้นไปเรียน ม. 6)
3.
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปีพ.ศ. 2487
– 2489
ระยะนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่
2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรมาทิ้งระเบิดที่กรุงเทพฯ บ่อยๆ
ทางโรงเรียนจึงย้ายไปจัดการเรียนการสอนที่ต่างจังหวัด
แพทย์หญิงนวลนาถได้เลือกไปเรียนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยเรียนที่โรงเรียนพุทไธศวรรย์
หลังจากเรียนที่อยุธยาได้
9 เดือน
เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มออกไปทิ้งระเบิดในต่างจังหวัดรอบๆ กรุงเทพฯ ด้วย
ทางโรงเรียนประกาศหยุดเรียนทั่วประเทศ
แพทย์หญิงนวลนาถจึงเดินทางกลับบ้านที่ปากพนัง
วันที่
9 สิงหาคม พ.ศ. 2488 (หลังจากหยุดเรียนไปเกือบหนึ่งปี)
สงครามยุติ และเริ่มเปิดเรียนใหม่ ทางโรงเรียนเตรียมอุดมฯ
ได้ให้ทางเลือกแก่นักเรียน 2 ทาง คือ
(1)
เรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
โดยเริ่มเรียนชั้นเตรียมปีที่ 1 ใหม่ แล้วจึงสอบขึ้นปีที่ 2
(2)
เรียนกวดวิชานอกโรงเรียน
และสอบควบชั้นเตรียมปีที่ 2
ถ้าสอบผ่านจะได้เข้าเรียนต่อในระดับปริญญาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แพทย์หญิงนวลนาถได้เลือกทางที่
2 โดยใช้เวลาเรียนประมาณ 6 เดือน
แล้วสอบผ่านได้เข้าเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาเตรียมแพทย์
4.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สาขาเตรียมแพทย์ 2 ปี พ.ศ. 2489 – 2491
5.
คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ปีพ.ศ.
2491 – 2495 ที่โรงพยาบาลศิริราช
จนจบการศึกษา ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต (พ.บ.)
ศึกษาเพิ่มเติม ต่างประเทศ
ก่อนไปศึกษาเพิ่มเติมที่ต่างประเทศ ได้เรียนภาษาอังกฤษกับ มิสซิสคาเรน
กรัยวิเชียร เป็นการส่วนตัว
1.
ดับลิน, สาธารณรัฐไอร์แลนด์
ศึกษาที่ Rotunda
Hospital วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2506
สอบได้ประกาศนียบัตร L.M.
(License of Midwifery)
ต่อมา วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2506 สอบได้ Diploma in Obstetrics จาก Royal College of Physicians of Ireland (D.Obst, RCPI)
2.
ลิเวอร์พูล, สหราชอาณาจักร
ศึกษาที่ University
of Liverpool วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2507
สอบได้ประกาศนียบัตร Venereal Diseases Officer (V.D.O.)
เกี่ยวกับกามโรค (เรียน 3 เดือน)
หลังจากนั้น
ได้ศึกษาดูงาน Postgraduate Course วิชาสูติ-นรีเวช
เป็นเวลา 6 เดือน ได้รับใบรับรองผลการเรียนจากคณบดี
3.
สหรัฐอเมริกา
ระหว่างเดือนกรกฎาคม
– กันยายน พ.ศ. 2507 ด้วยทุนของกรุงเทพมหานคร
ศึกษาดูงาน 2
รัฐ คือ ชิคาโก ที่ Chicago-Lying in Hospital เป็นเวลา 1 เดือน และ ฟิลาเดลเฟีย ที่ Jefferson Medical College Hospital เป็นเวลา 2
เดือน
ศึกษาเพิ่มเติม ในประเทศ
1.
พ.ศ. 2511 สอบเป็นบัณฑิตสมาชิกศัลยแพทย์นานาชาติ
(Fellow of the International College of Surgeons – FICS) สาขาสูติ-นรีเวชวิทยา
2.
เมษายน พ.ศ. 2523 ประกาศนียบัตร “แพทยศาสตร์ศึกษา” จาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
3.
28 กันยายน พ.ศ. 2524 – 29 มกราคม พ.ศ. 2525 ศึกษาและดูงานหลักสูตร
“การบริหารโรงพยาบาล” รุ่นที่ 10 โดยทุนองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นเวลา 4 เดือน ได้รับประกาศนียบัตร
“Diploma Hospital Administration”
ประวัติการทำงาน
1
เมษายน พ.ศ. 2495 – 31 มีนาคม
พ.ศ. 2496 เป็นแพทย์ประจำบ้าน โรงพยาบาลเซนต์โยเซฟ แผนกสูติ-นรีเวชกรรม
เป็นเวลา 1 ปี
1 เมษายน พ.ศ. 2496 – 30 กันยายน
พ.ศ. 2503 เป็นแพทย์โท โรงพยาบาลชลบุรี สังกัดกรมการแพทย์
กระทรวงสาธารณสุข
1
ตุลาคม พ.ศ. 2503 โอนจาก โรงพยาบาลชลบุรี
มาเป็นแพทย์โท โรงพยาบาลกลาง สังกัดกรุงเทพมหานคร (ขณะนั้นเป็นเทศบาลนครกรุงเทพฯ)
17 มกราคม พ.ศ. 2506
เป็นแพทย์เอก โรงพยาบาลกลาง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2509
เป็นหัวหน้ากองสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลกลาง
5 กุมภาพันธ์
พ.ศ. 2518 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งเป็นข้าราชการชั้นพิเศษ ดำรงตำแหน่งนายแพทย์พิเศษทางสูติ-นรีเวชกรรม
โรงพยาบาลกลาง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2519
ทางราชการเปลี่ยนการแบ่งระดับข้าราชการจากระบบชั้นยศ เป็นระบบจำแนกระดับ หรือระบบซี จึงปรับเป็นนายแพทย์ระดับ
7
9 กันยายน พ.ศ. 2520
รักษาการรองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกลาง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2520
เป็นรองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกลาง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2526
เป็นรองผู้อำนวยการ และ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูติ-นรีเวชกรรม ระดับ 8
2 ตุลาคม พ.ศ. 2529
ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกลาง เป็นเวลา 3 ปี กระทั่งเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2532
ทัศนศึกษาต่างประเทศ
ได้ไปศึกษาดูงานต่างประเทศ
2 ครั้ง
1.
ระหว่างวันที่ 3 – 16 เมษายน พ.ศ. 2531 เป็นการทัศนศึกษากับคณะอบรมบริหาร
ของกรุงเทพมหานคร ณ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และ เยอรมนี
2.
ระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ดูงานร่วมกับคณะบริหารสำนักต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร เช่น สำนักการแพทย์
สำนักอนามัย สำนักระบายน้ำ สำนักศึกษา สำนักผู้ตรวจ
โดยเน้นการดูงานเกี่ยวกับโรคเอดส์ การระบายน้ำ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ
นครเมลเบอร์น แคนเบอร์รา และ ซิดนีย์ ประเทศออมเตรเลีย
งานพิเศษ
1.
กรรมการสอบเพื่อเป็นบัณฑิตสมาชิก
วิทยาลัยศัลยแพทย์นานาชาติ (FICS) ประเทศไทย สาขาสูติ-นรีเวชศาสตร์
ปี 2523 – 2531
2.
เป็นอาจารย์สอนนักศึกษาพยาบาล
วิทยาลับพยาบาล โรงพยาบาลกลาง ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวิทยาลัย
3.
บรรยายพิเศษ
“การบริหารโรงพยาบาลกลาง” แก่นักศึกษาที่เข้าศึกษาวิชา “การบริหารโรงพยาบาล” ที่
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
4.
กรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลกลาง
5.
กรรมการบริหารมูลนิธิพระธรรมปัญญาบดี
เพื่อช่วยเหลือการรักษาแก่ผู้ป่วยยากจน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน
1.
จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เมื่อวันที่ 5
ธันวาคม พ.ศ. 2498
2.
ตริตาภรณ์ช้างเผือก เมื่อวันที่ 5
ธันวาคม พ.ศ. 2511
3.
ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย เมื่อวันที่ 5
ธันวาคม พ.ศ. 2518
4.
ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก เมื่อวันที่ 5
ธันวาคม พ.ศ. 2523

Comments
Post a Comment